หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กะปอมใหญ่และไข่มดแดง  (อ่าน 49 ครั้ง)
administrator
Administrator
Newbie
*****

พลังน้ำใจ99
ID Number: 1
กระทู้: 22


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 01 สิงหาคม 2011 09:01:42 »

Permalink: กะปอมใหญ่และไข่มดแดง
เสียงผิวปากดังหวอยๆ เจ้ากะปอมหรือกิ้งก่าผงกหัวขึ้น เอียงคอมองไปทางต้นเสียง ว่ากันว่ามันชอบฟังเสียงผิวปาก พลักหน้าหงึกหงักราวกับว่ากำลังดื่มด่ำเสียงเพลงอันสุนทรีย์ที่สุดในโลก ท่าทางเคลิ้มหลับจนแทบตกต้นไม้ นิ่งอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงกรอบแกรบจึงสะดุ้งตื่นจากภวังค์
พล่อก!

เสียงดังสั้นๆ เด็ดขาด นักฟังเพลงผู้เผลอเรอก็ร่วงผล็อยจากต้นไม้ลงมาดิ้นกระแด่วอยู่บนดิน ก้อนหินจากหนังสะติ๊กกระทบลำคออย่างแรง กระดูกตรงนั้นแตกหัก ไม่ตายก็คางเหลือง

เดือนสามเดือนสี่ ดอกจานบานเต็มทุ่ง มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีแสดสีแดงเต็มไปหมด แต้มแต่งท้องทุ่งหม่นในหน้าแล้งให้มีสีสันมากขึ้น นกน้อยก็พลอยได้ดูดดื่มกินน้ำหวาน ร้องจิ๊บๆจี๋ๆ บินไปบินมาอยู่ไม่ขาด พวกผึ้ง มิ้ม ก็มาสามัคคีชุมนุมกันตั้งแต่ตะวันเยี่ยมฟ้าจนลาลับ

สัตว์ทั้งหลายต่างออกหาอยู่หากิน คนก็ออกเสาะหาสิ่งของใส่ปากใส่ท้อง นอกจากข้าวในยุ้ง ปลาร้าในไหแล้ว ก็ต้องมีอาหารอย่างอื่นมาเพิ่มพูนพลังงานให้กับชีวิต ลิ้นต้องการรสชาติที่เอร็ดอร่อย ร่างกายต้องการสารอาหารที่พอเพียง แม้ไม่ครบห้าหมู่แต่ขอให้กินแซบอิ่มท้องก็ยังดี

หากจะให้จ้ำข้าวเหนียวกับลาบปลาแดก (ก็คือปลาร้านั่นแหละ) หรือจ้ำแจ่วหัวโล้น (คือน้ำพริกที่มีแต่พริกล้วนๆ)ทุกวันก็ไม่ไหว แสบท้องแสบไส้และแสบก้น พยาธิในท้องคงแช่งชักเป็นแน่แท้ โทษฐานที่เอาพริกร้อนๆไปโปะหัวมัน

อย่ากระนั้นเลย จำต้องไปตลาดสดกลางทุ่งเสียหน่อย ว่าแล้วแม่ก็ตักน้ำใส่ครุสองสามขัน เอากะต่า(ตะกร้า)ใบเล็กผูกกับปลายไม้ส้าว(ไม้สอย) เรียกหาบักหำน้อยลูกชายวัยประถม

?คำหล้าเอ้ย อยู่ไสลูก ไปทุ่งกับแม่หน่อย มาถือครุให้แม่ สิพาไปหาไข่มดแดง?

ถ้าวันไหนลูกชายอยู่บ้าน แม่มักเรียกหาคำหล้าไปเป็นลูกมือเมื่อจะลงทุ่ง ลูกชายที่กำลังเมียงมองหาเป้าลองความแม่นของหนังสะติ๊กอยู่พอดี ได้ยินเสียงแม่เรียกก็ม้วนหนังสะติ๊กเหน็บขอบกางเกง วิ่งไปหยิบลูกหินขนาดพอเหมาะที่กองไว้ตรงกอกล้วยใส่กระเป๋าจนตุง ในใจนึกยินดีและกระหยิ่มยิ้มย่อง ทีนี้ล่ะจะได้ยิงเป้าจริงพิสูจน์ฝีมือ

สองแม่ลูกเดินลงทุ่ง แม่แบกไม้ส้าวที่มีกะต่าผูกปลายห้อยต่องแต่งเดินนำหน้า ส่วนลูกชายถือครุใบย่อมๆใส่น้ำสักหนึ่งในสี่เดินตามหลัง แดดตอนสายเริ่มร้อน เมฆสีขาวลอยล่องทั่วฟ้าเป็นกลุ่มๆ ลมทุ่งพัดโชยมาแผ่วๆ กลิ่นทุ่งที่แดดกำลังเผาหอมมาตามลม ไม่ว่าเวลาใดดูเหมือนทุ่งส่งกลิ่นหอมอยู่ตลอด หอมต่างกันไปในแต่ละเวลา ควายก้มหน้าหาหญ้ากินอยู่กระจัดกระจาย นกน้อยบินข้ามหัวร้องจิ๊บๆมุ่งสู่ต้นจาน

เมื่อถึงที่หมาย แม่เอาไม้ส้าวที่มีตะกร้าผูกติดอยู่แหย่รังมดแดงเอาไข่ คำหล้าวางครุแล้วเดินสอดส่ายสายตาหาเป้า เป็นนกหรือกะปอมคือกิ้งก่าก็ใช้ได้เช่นกัน สัตว์ทั้งสองชนิดนับเป็นอาหารที่รสชาติแซบไม่น้อย ถ้าเป็นกะปอมจะง่ายยิงกว่านก เพราะหลอกมันได้ง่ายกว่า เจ้านกระวังตัวและหนีหน้าได้เร็ว

ส่วนกะปอมนั้นมันเชื่องหรือไว้ใจคน หรือโง่กว่านกก็ไม่รู้ได้ ที่แน่ๆมันชอบเสียงผิวปาก ถ้าได้ยินต้องผงกหัวนิ่งฟัง บางครั้งพยักหน้าหงึกๆ จึงถูกลูกกลมๆของหนังสะติ๊กสอยร่วงจากต้นไม้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เป็นกะปอมก่าตัวใหญ่เสียด้วย

คำหล้าเดินไปหยิบใส่กระเป๋ากางเกง กะปอมก่าตัวโตๆอย่างนี้อร่อยกว่ากะปอมคอแดงตัวเล็ก ได้กะปอมก่าสี่ห้าตัวก็พออิ่มกันทั้งบ้าน เอาลนไฟขอดเกล็ดควักไส้ล้างน้ำแล้วปิ้งให้สุก จากนั้นสับให้ละเอียดใส่เครื่องปรุงเป็นต้นว่าข้าวคั่ว หัวหอม น้ำปลาร้า คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรือจะเอาใส่ครกโขลกผสมกับเครื่องปรุงก็ได้ กลิ่นหอมของ ก้อยกะปอม ล่อน้ำลาย ชวนให้อยากส่งข้าวเหนียวในกระติบลงไปอยู่ในท้องไวๆ ถ้าจะให้แซบถึงใจต้องใส่เครื่องปรุงรสเปรี้ยว จะเป็นมะม่วงหรือมดแดงก็ได้

เพียงแค่นึกก็น้ำลายไหลแล้ว คำหล้ากลืนน้ำลายเอื้อกหนึ่งอย่างลืมตัว

?มาเด้อลูก? เสียงแม่เรียก ?ไปหาเบิ่งไข่มดแดงทางโน้นเถอะ?

คำหล้าควบเท้าไปหาแม่ที่กำลังเคาะไล่มดแดงที่ครุน้ำอยู่ใต้ต้นหว้าห่างออกไปไม่ไกล วิ่งไปถึงครุน้ำแม่ก็เดินไปก่อนแล้ว เจ้าหนูหิ้วถังเดินตาม พลางใช้อีกมือหนึ่งปัดมดแดงที่กัดต่อยตามแข้งขาและลำแขน

แม่เดินไปถึงทิวไม้ที่ขึ้นอยู่ริมหนองน้ำเล็กๆกลางนา ตอนนี้น้ำแห้งไปหมดแล้ว แม่เงยหน้ามองหารังมดแดงจนหน้าตั้ง นั่นไง รังขนาดใหญ่เท่าหัวคน จัดการยกไม้ส้าวติดตะกร้าแหย่ที่รังมด คำหล้าเดินไปถึงแหงนดูจนคอตั้ง

?โฮ้ ใหญ่แท้ คือสิมีไข่หลายเนาะแม่เนาะ? ลูกว่า

?เซา อย่าปาก? แม่บอกว่าอย่าทัก โบราณว่าทักแล้วไข่มันจะหนี ?หลายบ่หลายก็อยู่ในกะต่านี่ล่ะ?

ปลายไม้ส้าวแหวกรังมดเป็นช่อง แม่กระทุ้งไม้ส้าวแรงๆทั้งมดทั้งไข่ร่วงลงใส่ตะกร้า ฝูงมดรักรังแตกฮือเมื่อถูกบุกรุก ไต่ยั้วเยี้ยอยู่เต็มตะกร้า หน่วยจู่โจมจำนวนนับสิบนับร้อยจับทิศทางศัตรูได้ก็ไต่ลงมาตามไม้ส้าว กรูเข้าตอบโต้ผู้มาทำลายอาณาจักรอันสงบสุข สละชีวิตตัวแล้วตัวเล่าอย่างไม่พรั่นพรึง

แม่ปัดพวกมดกล้าตายตามมือตามแขน ลดไม้ส้าวลงพลางเคาะให้มดแดงร่วงจากไม้ พอตะกร้าถึงพื้นก็เดินไปหยิบเททั้งมดทั้งไข่ลงถัง พอพวกมดโดนน้ำก็สิ้นฤทธิ์

แม่หิ้วถังออกไปห่างรัศมีฝูงมดที่ร่วงอยู่แถวใต้ต้นไม้ คำหล้าปัดมดตามแข้งตามขาเต้นเหยงๆตามไป แม่วางถังแล้วแหย่นิ้วในน้ำ กวนเป็นรูปวงกลมสักพักหนึ่งก็ยกขึ้น มดแดงที่สลบไสลติดมือขึ้นมาเป็นสาย สลัดมือเบาๆก็หลุดร่วงไปจนหมด ผ่านไปสักพักก็จะฟื้นไต่ขึ้นไปสร้างรังใหม่บนต้นไม้

กวนอยู่สองสามครั้งมดแดงก็ไม่มีแล้ว แม่ใช้มือวักไข่ขึ้นมาดู ไข่มดสีขาวนวลเต็มฝ่ามือ รวมทั้งที่อยู่ในน้ำก็อีกหลายกอบ เท่านี้ก็พอกินแล้ว

?ไปลูก? แม่เรียก หยิบไม้ส้าวสอดสายครุน้ำขึ้นคอนบ่า ?แดดร้อน หิวข้าวแล้ว?

แม่เดินออกหน้า ลูกเดินตามหลัง แวะตามหมู่ไม้เพื่อล่ากะปอม เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อบวกฝีมืออันเฉียบขาด มื้อแลงนี้ย่อมจะมีก้อยกะปอมแทนแจ่วหัวโล้นอย่างแน่นอน

แดดเที่ยงร้อนจี๋ เปลวแดดระยิบระยับ นานครั้งมีเมฆมาบังตะวันชั่วครู่ จากนั้นก็จ้าแจ่มเหมือนเดิม คำหล้าหยิบกะปอมที่เพิ่งยิงร่วงลงมาใส่กระเป๋ากางเกงอีกตัว แล้วออกวิ่งฝ่าแดดตามแม่ที่คอนถังไข่มดแดงเดินเห็นหลังไวๆโน้น พลางนึกในใจว่าหาของกินนี่ก็ไม่ยากเท่าไรนัก

แค่ยอมแสบๆคันๆนิดหน่อยก็ได้ของอร่อยๆไปกินแล้ว
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

สนับสนุนโดย SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Google visited last this page 09 พฤษภาคม 2012 07:10:08